Create a MySpace Music Playlist at MixPod.com
ปอง ปรีดา อดีตเป็นนักร้องวงดนตรี "จุฬารัตน์" ในยุคตั้งวง รุ่นเดียวกับ ทูล ทองใจ ชัย อนุชิต เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น
ชื่อจริง คำปัน ผิวขำ เกิดวันที่ 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2479 (ตามบัตรประชาชน) จบการศึกษาแค่ ม.2 หลังจากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
เพื่อ แสวงโชค แรก ๆ ก็ไปสมัครกับวงดนตรีหลายวง แต่ไม่มีใครรับ จึงไปทำงานอยู่ที่โรงเลื่อยย่านเกียกกาย หลังจากนั้นมีโอกาสได้รู้จัก
กับครูมวยชื่อ สุดใจ เจริญรัตน์ แห่งค่ายมวยเกียรติสงคราม ครูสุดใจฝึกให้ต่อยมวย จึงกลายเป็นนักมวยโดยปริยาย ขึ้นชกมากกว่า
20 ครั้ง ชนะรวด
หลังจากเลิกชกมวย ก็หันไปประกวดร้องเพลงตามที่ใจรัก ได้รับรางวัลอยู่เป็นประจำ ต่อมาไปสมัครอยู่วงโรงงานยาสูบ
ของครูนารถ ถาวรบุตร อยู่ได้ประมาณ 2 ปี ก็ไม่มีทีท่าจะได้บันทึกเสียง จึงลาออก หลังจากนั้นจึงไปสมัครเป็นนักร้องที่โรงเรียน
สหมิตรดนตรี ซึ่งครูเพลงหลายสิบคนร่วมกันตั้งขึ้น แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่คำปัน ผิวขำ ก็ไม่ละความพยายาม จึงขอสมัครทำงาน
อยู่ที่โรงเรียน โดยทำงานทุกอย่างด้วยความมุมานะอดทน ความขยันของเขา ทำให้ให้ครูนคร ถนอมทรัพย์ เกิดความเห็นใจ
จึงเรียกมาทดสอบเสียง ครูนครเห็นว่าเสียงดี จึงนำแนะนำให้รู้จักกับครูมงคล อมาตยกูล หลังจากนั้นก็นำไปฝากให้อยู่กับ
วง "ประเทืองทิพย์" ของครูประเทือง บุญญประพันธ์ มีโอกาสได้ร้องเพลงออกอากาศที่ สทร.ท่าช้าง ยามว่างจากการร้องเพลง
ก็ไปคอยรับใช้ครูมงคลอยู่อย่างสม่ำเสมอ ครูนครเองก็คอยเอาใจใส่สอนเทคนิคต่าง ๆ ให้ และสอนให้หัดแต่งเพลงด้วย
ต่อมาเขาก็ได้แต่งเพลงและร้องบันทึกเสียงเพลงแรก คือ "กลับอีสาน" โดยครูมงคลเป็นตั้งชื่อให้ว่า "ปอง" ส่วนนามสกุล
"ปรีดา" นั้น ครูสัมพันธ์ อุมากูร เป็นผู้ตั้งให้ แต่เพลงแรกไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาครูนครแนะนำให้แต่งเพลงที่เกี่ยวกับแม่น้ำโขง
โดยให้ชมความงามของ ผู้หญิง เหมือนอย่างที่เฉลิมชัย ศรีฤาชา เคยแต่งมา ปอง ปรีดา ลองแต่งดู แต่งเสร็จ ตั้งชื่อว่า "สาวฝั่งโขง"
ครูมงคลก็ให้บันทึกเสียง พอเพลงนี้ออกมา ไม่ทำให้ผิดหวังทั้งคนร้องและคนปั้น เพลง "สาวฝั่งโขง" ส่งให้ ปอง ปรีดา มีชื่อเสียง
โด่งดังตลอดมา
อยู่กับวง จุฬารัตน์ ได้ประมาณ 5 ปี ก็ลาออกในปี พ.ศ.2506 หลังจากนั้นก็ไปอยู่กับวงดนตรี "รวมดาวกระจาย" ของครู
สำเนียง ม่วงทอง อยู่ได้ถึงปี พ.ศ.2511 ก็ลาออก และกลับไปอยู่ขอนแก่นบ้านเกิด ในปี พ.ศ.2512 ได้ตั้งวง ปอง ปรีดา ขึ้น
เดินสายทั่งไปทางภาคอีสาน แต่อยู่ได้ไม่นานก็ยุบวง ไปปักหลักทำไร่อยู่ที่ลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี โดยยังรับเชิญไปร้องเพลง
อย่างต่อเนื่อง

